
- Binance เป็นตลาดซื้อขายคริปโตระดับนานาชาติชั้นนำ
- สภาพคล่องสูงสำหรับคู่สกุลคริปโตหลัก
- เกตเวย์ Fiat: ซื้อคริปโตได้ด้วยบัตร Visa/Mastercard, บัญชีธนาคาร, e-wallet หรือผ่านแพลตฟอร์ม P2P
- นอกจากตลาด Spot ยังมีการเทรดมาร์จิ้นและฟิวเจอร์สแบบสัญญาถาวร, แพลตฟอร์ม P2P และ Swap
- ค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม
- สร้างรายได้เพิ่มจากการ Staking และการฝากเหรียญ
- สามารถกู้ยืมโดยใช้คริปโตเป็นหลักประกัน
- การสนับสนุนลูกค้า 24 ชั่วโมง
- ส่วนหนึ่งของกำไรเข้าสู่กองทุนพิเศษเพื่อชดเชยความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
- จัดกิจกรรมและการแข่งขันสำหรับเทรดเดอร์
- ตลาด OTC
- แอปมือถือและเดสก์ท็อป
- ความปลอดภัยสูง
- รองรับ API
- โปรแกรมพาร์ทเนอร์ที่ให้ผลตอบแทนดี
- เปิดตัวเครือข่ายบล็อกเชน Binance Chain, Binance Smart Chain และแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ของตนเอง
- มีเหรียญและโทเคนที่มีศักยภาพจำนวนมาก
- ผู้บริหารมีความโปร่งใสและเปิดเผย
- ต้องทำการยืนยันตัวตน (KYC)
- บางฟีเจอร์ถูกยกเลิกเมื่อเวลาผ่านไป เช่น Card, LiquidSwap
- มีรีวิวเชิงลบอยู่ด้วย
⚠️ ข้อควรระวัง: บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การซื้อขายคริปโตมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินทุน
Overview
- ก่อตั้งปี 2017 ลงทะเบียนที่หมู่เกาะเคย์แมน:
- CEO:Richard Teng
- ผู้ใช้มากกว่า 240 ล้านคนในปี 2025:
- ได้รับใบอนุญาตในฝรั่งเศส อิตาลี คาซัคสถาน และดูไบ:
- เว็บไซต์ทางการ::binance.com
- โทเค็น:BNB (มูลค่าตลาด $100B+)
- รองรับ 380+ เหรียญ และ 1300+ คู่การซื้อขาย:
- ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ~$18.6B:
- ฟีเจอร์:Spot, Margin, Futures (สูงสุด 125x), P2P, OTC, Binance Earn (Staking, ฝาก, Auto-Invest), ตลาด NFT, Binance Pay, Binance Card, กระเป๋า Web3
- ค่าธรรมเนียม:Spot 0.1% (0.075% เมื่อใช้ BNB); Futures 0.02% maker / 0.05% taker
- ต้องทำ KYC ตั้งแต่ปี 2021:
- รองรับ Fiat:Visa/MasterCard, SEPA, P2P, ธนาคารท้องถิ่น
- ซัพพอร์ต 24/7:
- ความปลอดภัย:SAFU, Proof of Reserve, 2FA, Anti-Phishing Code
- แอป:iOS, Android, เดสก์ท็อป
- ไฮไลท์:สภาพคล่องสูง โปรโมชั่น โปรแกรมแนะนำเพื่อน Binance Chain และ Binance Smart Chain
Binance
อัปเดตล่าสุด: 19 สิงหาคม 2025
Binance เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยชื่อ Binance มาจากคำย่อของ “Binary Finance” ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในเว็บเทรดที่มีสภาพคล่องสูงและได้รับความนิยมมากที่สุด ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการเทรดแบบสปอต, P2P, OTC, ฟิวเจอร์สที่มีเลเวอเรจสูงสุด 20x, ออปชัน และมาร์จิ้นเทรด รวมถึงใช้บริการเสริมอย่างสเตกกิ้ง, เลนดิง, ฟาร์มมิง, พูลขุดเหรียญ, พูลสภาพคล่อง, NFT, แฟนโทเคน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย
สำหรับผู้ใช้ใหม่ Binance มีข้อเสนอพิเศษจากเว็บไซต์ของเรา โดยสามารถรับโบนัสได้สูงสุดถึง 600 USDT โบนัสจะอยู่ในรูปแบบคูปองเทรดและวอเชอร์คืนเงิน ผู้ใช้ต้องลงทะเบียนและทำภารกิจใน “ศูนย์ภารกิจ” ให้ครบภายใน 7 วัน หลังจากนั้นสามารถรับรางวัลได้ที่ “ศูนย์รางวัล”
แพลตฟอร์ม Binance เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2017 และอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทแม่ Binance Holding Limited
จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ Binance ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งในด้านปริมาณการซื้อขาย สภาพคล่อง และจำนวนผู้เข้าชมตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ขณะที่ CoinGecko ให้คะแนนด้านความน่าเชื่อถือในระดับสูง
✅ มีเหรียญมากกว่า 380 รายการ และคู่เทรดกว่า 1,300+
✅ ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด — เริ่มต้นที่ 0.1%
✅ บริการครบ: Earn, P2P, NFT, Launchpad, กระเป๋า Web3, สินเชื่อคริปโต
❌ ต้องทำการยืนยันตัวตน (KYC)
❌ ไทย: ตั้งแต่ปี 2022 Binance ถูก ก.ล.ต. (สำนักงาน ก.ล.ต.ไทย) จำกัดการเข้าถึง ไม่มีฝาก-ถอนเงินบาทโดยตรง ใช้ได้เฉพาะ P2P
⚠️ ข้อควรระวัง: บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การซื้อขายคริปโตมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินทุน
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Binance
| พารามิเตอร์ | ข้อมูล |
|---|---|
| ก่อตั้ง | 2017 |
| เว็บไซต์ทางการ | binance.com - |
| ผู้ใช้ (2025) | ~240 ล้าน |
| ใบอนุญาต | สหภาพยุโรป (ฝรั่งเศส อิตาลี), คาซัคสถาน, ดูไบ |
| นิติบุคคล | Binance Holdings Ltd. (หมู่เกาะเคย์แมน) |
| CEO | Richard Teng |
| จำนวนเหรียญ | 387 |
| คู่ซื้อขาย | 1322 |
| ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน | 18.6 พันล้านดอลลาร์ |
| เหรียญประจำแพลตฟอร์ม | BNB (มูลค่าตลาด 102.5 พันล้านดอลลาร์) |
| แอปมือถือ | iOS, Android |
| ค่าธรรมเนียมสปอต | 0.1% / 0.075% หากชำระด้วย BNB |
| ค่าธรรมเนียมฟิวเจอร์ส | maker 0.02% / taker 0.05% |
| การยืนยัน | KYC บังคับ |
การกำกับดูแลของ Binance และลักษณะเฉพาะในแต่ละภูมิภาค
Binance ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย และเคยถูกดำเนินการทางกฎหมายในอดีต การให้บริการบางอย่างจึงถูกจำกัด
ผู้ใช้ในประเทศไทยมักใช้ P2P เป็นช่องทางหลักสำหรับการฝากและถอนเงินคริปโต
การสมัครและบัญชี Binance
การสมัครใช้งานบนเว็บไซต์ทางการ binance.com เริ่มต้นจากการกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน เมื่อป้อนข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้กดปุ่ม “Create a personal account” จากนั้นระบบจะเปิดหน้าต่างใหม่เพื่อทำการยืนยันตัวตนด้วยแคปช่า โดยต้องเลื่อนแถบภาพไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง
หากการยืนยันสำเร็จ ระบบจะแจ้งให้ผู้ใช้ยืนยันที่อยู่อีเมล ผู้ใช้ต้องเข้าไปที่กล่องจดหมาย เปิดอีเมลจาก Binance และตรวจสอบรหัสยืนยันที่ได้รับ
นำรหัสดังกล่าวมากรอกในหน้าลงทะเบียน บัญชีผู้ใช้บนเว็บไซต์ทางการของ Binance ก็จะถูกสร้างขึ้นเรียบร้อย
ขั้นตอนการสมัคร
- เข้าเว็บไซต์ทางการของ Binance
- กรอกอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์
- ตั้งรหัสผ่าน
- ยืนยันรหัสจากอีเมลหรือ SMS
- เปิดใช้งาน 2FA (Google Authenticator หรือ SMS)
การยืนยัน KYC
การยืนยันข้อมูลส่วนบุคคลบนแพลตฟอร์ม Binance เป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับการทำธุรกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอร์เรนซีหรือเงินเฟียต นอกจากนี้ควรทราบว่ากระบวนการยืนยันตัวตนต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 นาที ห้ามรีเฟรชหน้าเว็บ เริ่มขั้นตอนใหม่ หรือปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้มีโอกาสทำได้วันละ 3 ครั้ง
ขั้นตอน:
- เข้าสู่ระบบ Binance เพื่อเข้าสู่บัญชีส่วนตัว
- คลิกปุ่ม “Verification” ในแดชบอร์ด ฟังก์ชันนี้จะใช้งานได้เฉพาะเมื่อเปิดระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA)
- เลือก “Start” ในระดับการยืนยันขั้นแรก
- กรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด และที่อยู่ที่พักอาศัย
- เลือกประเภทเอกสารยืนยันตัวตน (พาสปอร์ต ใบขับขี่ หรือบัตรประชาชน) ตัวอย่างเช่น เลือกพาสปอร์ต
- เปลี่ยนไปทำขั้นตอน KYC ผ่านอุปกรณ์มือถือ และถ่ายภาพเอกสาร
- ทำการยืนยันใบหน้า
จากนั้นส่งคำขอและรอการตรวจสอบประมาณ 1–3 วัน หากไม่ผ่านการอนุมัติ ระบบจะแจ้งว่าข้อมูลส่วนใดต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติม
- ระดับพื้นฐาน: ถอนสูงสุด 2,000 USDT/วัน
- ระดับขั้นสูง: สูงสุด 100 BTC/วัน + ใช้ Binance Card ได้
📌 กรณีในไทย: ผู้ใช้สามารถยืนยันด้วยบัตรประชาชนไทย จากนั้นซื้อ USDT ผ่าน P2P โดยโอนเงินผ่านธนาคารไทย (SCB, กสิกร, กรุงเทพ) หรือ PromptPay
การเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ทางการของ Binance
หากต้องการเข้าสู่บัญชี Binance ให้คลิกปุ่ม “Log In” ที่ด้านบนของหน้าเว็บไซต์ จากนั้นกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ก่อนเข้าสู่ระบบควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่บนเว็บไซต์ทางการ www.binance.com จริง ไม่ใช่เว็บไซต์ฟิชชิ่งที่มีชื่อคล้ายกัน
หลังจากกรอกข้อมูลแล้ว ให้กด “Log In” ระบบจะให้ยืนยันตัวตนด้วยแคปช่าโดยการเลื่อนแถบไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับขั้นตอนการสมัคร จากนั้นต้องยืนยันการเข้าสู่ระบบด้วยรหัสที่ส่งไปยังอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์
ก่อนเริ่มใช้งาน แนะนำให้เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีด้วยการเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) สำหรับการเข้าสู่ระบบ
หากยังไม่ต้องการตั้งค่า สามารถเลือก “Remind later” ได้ แต่หน้าต่างแจ้งเตือนนี้จะปรากฏขึ้นเป็นระยะ
เมื่อล็อกอินแล้ว สามารถเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวได้โดยคลิกที่อีเมลของตนเองในเมนูด้านบน
ในช่วงแรกบัญชียังไม่ผ่านการยืนยันตัวตน จึงมีข้อจำกัดด้านธุรกรรมทางการเงิน ไม่สามารถฝากเงิน เทรด หรือทำการลงทุนได้ หากต้องการยกเลิกข้อจำกัด จำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนโดยอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวบุคคลและที่อยู่ ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องเปิดใช้งาน 2FA ก่อนจึงจะดำเนินการได้
การเทรดบน Binance
การเทรดสปอต
- รองรับเหรียญ 380+ (BTC, ETH, BNB, SOL, XRP ฯลฯ)
- คำสั่ง: limit, market, stop-limit, OCO
- ค่าธรรมเนียม: 0.1% (0.075% หากจ่ายด้วย BNB)
📌 ตัวอย่าง: ซื้อ ADA/USDT มูลค่า 100 USDT → ค่าธรรมเนียม 0.1 USDT หรือ 0.075 USDT หากจ่ายด้วย BNB
หลังจากเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินของบัญชีเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้สามารถเริ่มทำการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Binance ได้ทันที ค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับตลาดสปอตอยู่ที่ 0.1% ต่อธุรกรรม
📌 ขั้นตอนที่ 1. เข้าเว็บไซต์ Binance แล้วไปที่เมนู “Wallet” → “Fiat and Spot” เลือกสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการ จากนั้นกด “Trade” และเลือกคู่เทรด ตัวอย่างเช่น Cardano สามารถซื้อขายได้กับ Bitcoin (ADA/BTC), Ethereum (ADA/ETH) และสินทรัพย์อื่น ๆ อีกมากมาย
📌 ขั้นตอนที่ 2. อีกวิธีหนึ่งในการเข้าสู่หน้าจอเทรดคือ วางเมาส์ที่เมนู “Trade” แล้วเลือก “Spot”
📌 ขั้นตอนที่ 3. เลือกประเภทคำสั่งซื้อขาย ได้แก่ Limit, Market หรือ Stop-Limit
- Limit Order ต้องกำหนดราคาซื้อหรือขาย พร้อมจำนวนเหรียญ
- Market Order จะดำเนินการทันทีตามราคาตลาดปัจจุบัน โดยระบุเพียงจำนวน
- Stop-Limit Order เป็นคำสั่งลิมิตที่มีการตั้งราคาสต็อปเพิ่มเติม เมื่อราคาถึงจุดที่กำหนด คำสั่งจะถูกเปิดใช้งาน เช่น หากราคา BNB ลดลงถึง 340 ดอลลาร์ คำสั่งซื้ออาจถูกตั้งให้ดำเนินการที่ราคา 324 ดอลลาร์ คำสั่งลักษณะนี้เหมาะสำหรับการเทรดในช่วงที่คาดว่าจะเกิดการทะลุแนวรับหรือแนวต้าน
โดยภาพรวม การซื้อขายคริปโตบน Binance ไม่ได้แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นมากนัก ระบบเข้าใจง่าย และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อใช้งานจริง
การเทรดมาร์จิ้น
- เลเวอเรจสูงสุด 10x
- ต้องมีบัญชีมาร์จิ้น + KYC
- ดอกเบี้ยคิดเป็นรายชั่วโมง
📌 ตัวอย่าง: ฝาก 1,000 USDT → กู้เพิ่ม 2,000 USDT → เปิดสถานะรวม 3,000 USDT
การเทรดแบบมาร์จิ้นช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน บนแพลตฟอร์ม Binance มีฟังก์ชันมาร์จิ้นเทรดที่รองรับการซื้อขายรูปแบบนี้ ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้
ในการเริ่มต้น ผู้ใช้จำเป็นต้องเปิดบัญชีมาร์จิ้นแยกต่างหากและโอนเงินเข้าไป ฟีเจอร์นี้จะใช้งานได้เฉพาะผู้ที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) และเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) แล้วเท่านั้น
บัญชีมาร์จิ้นสามารถเข้าถึงได้จากเมนู “Wallet” ภายในโปรไฟล์
เมื่อโอนเงินเรียบร้อย จะสามารถเริ่มเทรดได้ทันทีผ่านเมนู “Trade” → “Margin”
เงื่อนไขมาร์จิ้นเทรดบน Binance
Binance จะเรียกเก็บดอกเบี้ยจากเงินที่ให้ยืม โดยคำนวณเป็นรายชั่วโมง แม้จะใช้งานไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ระบบก็จะคิดเป็นหนึ่งชั่วโมงเต็ม ตัวอย่างเช่น หากอัตราดอกเบี้ยรายวันเท่ากับ 0.02% อัตราต่อชั่วโมงจะเท่ากับ 0.02% ÷ 24 ชั่วโมง
ในการเทรด ผู้ใช้สามารถเลือกเฉพาะคู่เทรดที่มีการระบุเลเวอเรจสูงสุดไว้ เช่น 10x หรือ 3x
แพลตฟอร์มยังมีระบบประเมินความเสี่ยงผ่าน “Margin Level” ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างมูลค่าสินทรัพย์รวมกับยอดเงินที่ยืมพร้อมดอกเบี้ย
- หาก Margin Level อยู่ที่ 1.5 ขึ้นไป ระบบจะทำงานในโหมดปกติ
- ที่ระดับ 1.3 หรือต่ำกว่า จะมีการแจ้งเตือน Margin Call
- เมื่อระดับลดลงถึง 1.1 หรือต่ำกว่า ระบบจะเริ่มล้างพอร์ต (Liquidation) จนกว่าระดับความเสี่ยงจะกลับเข้าสู่เกณฑ์ที่ปลอดภัย
Binance Futures
- เปิดตัวปี 2019
- เลเวอเรจสูงสุด 125x
- มีทั้งสัญญา Perpetual และ Quarterly
📌 ตัวอย่าง: เทรดเดอร์เปิด Long 0.01 BTC ที่ราคา $25,000 ด้วยเลเวอเรจ 20x → มาร์จิ้น $12.5 หากราคาขึ้น 1% กำไร = $25
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2019 Binance ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Binance Futures สำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์สคริปโตแบบไม่มีวันหมดอายุ ในช่วงเริ่มต้นมีเพียงสัญญา BTCUSDT ให้ใช้งาน พร้อมเลเวอเรจสูงสุด 20x ปัจจุบันมีสัญญาแบบ Perpetual และ Quarterly ให้เลือกหลายสิบรายการ โดยรองรับเลเวอเรจสูงสุดถึง 125x
ค่าธรรมเนียมการซื้อขายจะคำนวณจากปริมาณการเทรดในช่วง 30 วันที่ผ่านมา รวมถึงจำนวนโทเคน BNB ที่ถืออยู่ในบัญชี เงื่อนไขเริ่มต้นมีดังนี้:
- Maker fee — 0.018%
- Taker fee — 0.036% (ฟิวเจอร์สแบบ USDT-M)
- ฟิวเจอร์ส COIN-M — 0.01% / 0.05%
หากต้องการตรวจสอบคำสั่งซื้อขายทั้งหมด ให้เข้าไปที่เมนู “Order History” ส่วนธุรกรรมที่ปิดไปแล้วจะแสดงอยู่ใน “Trade History”
การฝากและถอน
ฝาก
- Fiat: THB ไม่รองรับโดยตรง ใช้ P2P เท่านั้น
- Crypto: BTC, ETH, USDT, BNB ฯลฯ
📌 ตัวอย่าง: ซื้อ USDT มูลค่า 10,000 บาท ผ่าน Binance P2P โดยใช้โอนเงินผ่าน SCB
Binance รองรับทั้งการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซีมากกว่า 380 สกุล รวมถึงสกุลเงินเฟียต เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร (EUR) และสกุลเงินอื่น ๆ หากต้องการฝากหรือถอนเงิน ให้เข้าสู่บัญชีส่วนตัวบนเว็บไซต์ Binance จากนั้นเลือกเมนู “Wallet” และไปที่ “Spot”
ในส่วนนี้จะแสดงรายการสินทรัพย์ทั้งหมดที่แพลตฟอร์มรองรับ สามารถค้นหาสกุลเงินที่ต้องการได้ผ่านช่องค้นหา หากต้องการฝากคริปโต ให้คลิก “Deposit” ที่อยู่ตรงข้ามชื่อเหรียญนั้น หากการฝากหรือถอนของเหรียญใดถูกระงับ ระบบจะแสดงคำว่า “Suspend”
ตัวอย่างเช่น การฝาก Ripple (XRP) ต้องกด “Deposit” แล้วคัดลอกที่อยู่วอลเล็ตและ Destination Tag
จากนั้นไปยังแพลตฟอร์มอื่นหรือกระเป๋าเงินคริปโตของคุณ ใส่ข้อมูลที่อยู่ของ Binance และดำเนินการโอน วิธีนี้สามารถใช้โอนคริปโตอื่น ๆ ได้เช่น Bitcoin (BTC)
สำหรับการฝากเงินด้วยสกุลเงินเฟียต ให้ไปที่ “Wallet” แล้วเลือก “Deposit” จากนั้นเลือกวิธีการชำระเงินที่ต้องการ
การฝากโดยตรงจะรองรับเฉพาะบางสกุลเงินเท่านั้น ส่วนสกุลอื่นสามารถใช้ระบบ P2P ได้
ในหน้าดังกล่าวจะมีข้อมูลค่าธรรมเนียมแสดงอยู่ ผู้ใช้ต้องกรอกจำนวนเงินและรายละเอียดที่จำเป็น จากนั้นยืนยันธุรกรรมผ่านธนาคารหรือระบบชำระเงินที่เลือกไว้
ถอน
- ขั้นต่ำ:
- BTC — 0.00019 BTC
- ETH — 0.0029 ETH
- USDT (TRC-20) — 10 USDT
- เวลาดำเนินการ: 30–60 นาที
📌 ตัวอย่าง: ถอน 100 USDT ผ่าน TRC-20 → ค่าธรรมเนียมคงที่ 1 USDT
ขั้นตอนการถอนคริปโตเคอร์เรนซีจาก Binance แบบละเอียด
- ไปที่เมนู “Wallet” และเลือก “Fiat and Spot”
- ค้นหาสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการถอน
- คลิกปุ่ม “Withdraw”
- ระบุที่อยู่วอลเล็ตปลายทางและข้อมูลที่จำเป็นอื่น ๆ หากเหรียญรองรับหลายบล็อกเชน ให้เลือกเครือข่ายให้ถูกต้อง
- ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอน โดยตรวจสอบขีดจำกัดขั้นต่ำและสูงสุดให้เรียบร้อย การถอนต่ำกว่า 2 BTC ภายใน 24 ชั่วโมงไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตน
- กด “Send”
- ใส่รหัสยืนยันแบบสองขั้นตอน (2FA)
- ยืนยันการทำรายการผ่านอีเมลหรือ SMS
- รอจนสถานะธุรกรรมเปลี่ยนเป็น “Completed”
Binance Earn (รายได้แบบ Passive)
แพลตฟอร์ม Binance Earn ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายได้แบบพาสซีฟจากคริปโตเคอร์เรนซีที่ยังไม่ได้ใช้งาน โดยนำสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านั้นมาฝากเพื่อรับผลตอบแทน เงินฝากมีให้เลือกทั้งแบบยืดหยุ่นและแบบกำหนดระยะเวลา ซึ่งระยะเวลาฝากแบบคงที่อยู่ระหว่าง 7 ถึง 90 วัน อัตราผลตอบแทนต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1% ถึง 30% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์
ส่วน Binance Earn ถือเป็นโซลูชันแบบครบวงจร เนื่องจากรวมฟีเจอร์และรูปแบบการสร้างรายได้หลากหลายไว้ในที่เดียว เช่น:
- Staking: BNB, ETH, SOL ฯลฯ
- เงินฝากแบบกำหนดระยะเวลา (7–90 วัน)
- เงินฝากแบบยืดหยุ่น (ถอนได้ตลอดเวลา)
- Launchpool: Staking เหรียญเพื่อรับโทเค็นใหม่ฟรี
- Auto-Invest: ลงทุนคริปโตแบบอัตโนมัติ
📌 ตัวอย่าง: ฝาก 1,000 USDT ในโปรแกรมยืดหยุ่น APR 5% → กำไรต่อเดือน ~ $4.1
Binance Loans — สินเชื่อคริปโต
Binance Loans เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้ยืมคริปโตเคอร์เรนซีหรือสเตเบิลคอยน์ โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นเป็นหลักประกัน ผู้กู้สามารถเลือกระยะเวลากู้ได้เอง การอนุมัติเป็นแบบทันที และเงินที่ได้รับจะถูกโอนเข้าบัญชีเพื่อใช้ในการเทรดทั้งแบบสปอตหรือฟิวเจอร์สบน Binance
ทั้งนี้ Binance Loans สามารถปรับขยายรายการสกุลเงินที่รองรับ เงื่อนไขการกู้ ประเภทหลักประกัน และอัตราดอกเบี้ย ตามสภาวะตลาด
เมื่อชำระหนี้ครบถ้วน หลักประกันจะถูกส่งคืนไปยังกระเป๋าเงินของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ หากชำระเพียงบางส่วน หลักประกันจะไม่ถูกคืนทันที แต่สามารถถอนออกเองได้ โดยไปที่เมนู “Loan History” แล้วเลือก “Adjust LTV” จากนั้นปรับแถบเลื่อนหรือกรอกจำนวนเงินด้วยตนเอง แนะนำให้รักษาระดับ LTV ไม่เกิน 65% ซึ่งสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามต้องการ
ประวัติการกู้และการชำระเงินทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ในเมนู “Orders” → “Loan History”
หากผิดนัดชำระ ระบบจะให้ระยะผ่อนผันเพิ่มอีก 3 วัน โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงขึ้นเป็นสามเท่า หลังจากนั้นสินเชื่อจะถูกปิดโดยอัตโนมัติผ่านการล้างหลักประกัน (Liquidation)
P2P และ OTC
P2P Trading
- เหรียญ: BTC, ETH, BNB, USDT, USDC
- วิธีชำระ: ธนาคารไทย, PromptPay, TrueMoney Wallet
- ระบบ Escrow ป้องกันความเสี่ยง
📌 ตัวอย่าง: ซื้อ USDT มูลค่า 5,000 บาทผ่าน PromptPay → ได้รับเหรียญหลังผู้ขายยืนยัน
Binance P2P เป็นมาร์เก็ตเพลสที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้จากทั่วโลกแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกันโดยตรง เดิมทีบริการนี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะบน Android และรองรับเฉพาะเงินหยวนจีน แต่ต่อมาได้มีการขยายฟังก์ชันการใช้งานอย่างต่อเนื่อง การซื้อขาย P2P เปิดให้เฉพาะผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) เท่านั้น
ปัจจุบันสามารถซื้อขายเหรียญอย่าง BTC, ETH, BNB, USDC, FDUSD, USDT และ DAI ได้
เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ระบบเอสโครว์จะทำการล็อกคริปโตที่ใช้ในการซื้อขายไว้ชั่วคราว และจะปลดล็อกก็ต่อเมื่อผู้ขายยืนยันว่าได้รับเงินจากผู้ซื้อแล้ว หากคุณเป็นผู้ขาย ควรยืนยันการรับเงินก็ต่อเมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อย ไม่ควรเชื่อเพียงคำพูด
ระหว่างทำธุรกรรมจะมีแชตสำหรับติดต่อคู่สัญญา หากเกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้เอง สามารถกดปุ่ม “Appeal” เพื่อขอความช่วยเหลือจากฝ่ายซัพพอร์ต
OTC
- สำหรับปริมาณตั้งแต่ $200,000 ขึ้นไป
- มีฟังก์ชัน Block Trading
OTC Binance คือแพลตฟอร์มการซื้อขายนอกตลาด ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือหลัก 2 รายการ:
- Binance Convert — การแปลงสินทรัพย์ภายในบัญชีอย่างรวดเร็ว ไม่มีค่าธรรมเนียม และแทบไม่มีสลิปเพจ เหมาะแม้กับจำนวนเงินเล็กน้อย
- Block Trading — โซลูชันเฉพาะสำหรับธุรกรรมขนาดใหญ่ตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งมักใช้โดยนักลงทุนสถาบัน
การซื้อขาย OTC รองรับเหรียญและโทเคนทั้งหมดที่อยู่ในรายการของ Binance
บอทเทรดของ Binance
การซื้อขายบน Binance สามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการใช้บอทเทรดคริปโต ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยควบคุมและจัดการคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติ ทำให้การเทรดในบางสถานการณ์มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บอทแต่ละตัวมีความสามารถไม่เท่ากัน และไม่ใช่ทุกโซลูชันที่จะให้การควบคุมที่มีคุณภาพสูง
รูปแบบค่าบริการของบอทจะแตกต่างกันไป บางรายคิดค่าบริการแบบรายเดือนหรือรายปี ขณะที่บางรายเรียกเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์จากกำไรที่ทำได้
บนแพลตฟอร์ม Binance มีเครื่องมืออัตโนมัติที่ติดตั้งมาให้แล้ว ได้แก่:
- Grid Trading Bot
- Spot Grid Bot
- Futures Trading Bot
นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อบอทภายนอกผ่าน API ได้ เช่น 3Commas, Bitsgap และ Cryptorg
📌 ตัวอย่าง: เทรดเดอร์เชื่อมต่อ 3Commas กับบัญชี Binance และเปิดใช้งานบอท DCA เพื่อซื้อ BTC เป็นประจำตามแผนที่กำหนดไว้
ค่าธรรมเนียม Binance
- Spot: 0.1% (0.075% หากใช้ BNB)
- Futures: maker 0.018% / taker 0.036% ขึ้นไป
- Margin: ค่าธรรมเนียมปกติ + ดอกเบี้ยเงินกู้
- ถอน: ขึ้นกับเหรียญ
👉 ตารางอย่างเป็นทางการ: Binance Fees - Th fee
ภาพรวมค่าธรรมเนียมการซื้อขายในตลาดสปอตของ Binance
ค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับตลาดสปอตของ Binance อยู่ที่ 0.1% ต่อรายการซื้อขาย
โดยค่าเริ่มต้น ระบบจะเปิดใช้งานตัวเลือกพิเศษ (สามารถปิดได้) หากในบัญชีมีโทเคน BNB เพียงพอ ระบบจะหัก BNB โดยอัตโนมัติเพื่อลดค่าธรรมเนียมลง 25%
ระดับค่าธรรมเนียมยังขึ้นอยู่กับระดับผู้ใช้งาน ซึ่งคำนวณจากปริมาณการซื้อขายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และจำนวน BNB ที่ถืออยู่ในบัญชี
ข้อมูลปริมาณการเทรดและยอด BNB จะอัปเดตทุกวันเวลา 00:00 น. (UTC) และระดับผู้ใช้งานจะปรับตามภายในประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น
ค่าธรรมเนียมการเทรดแบบมาร์จิ้น
สำหรับมาร์จิ้นเทรด นอกจากค่าธรรมเนียมปกติแล้ว ยังมีดอกเบี้ยจากเงินที่ยืมมาใช้งาน อัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามสกุลเงินดิจิทัลและระดับบัญชีของผู้ใช้ ซึ่งอิงจากปริมาณการซื้อขายและจำนวน BNB
ค่าธรรมเนียมตลาดฟิวเจอร์ส
การซื้อขายฟิวเจอร์ส โดยเฉพาะสัญญาแบบ Perpetual จะมีการคิดอัตรา Funding Rate เพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นบวกหรือลบก็ได้
สถานะ VIP ที่ได้รับจากบัญชีหลักจะยังคงใช้ได้กับฟิวเจอร์ส และให้สิทธิประโยชน์เช่นเดียวกัน
Funding Rate ถูกใช้เพื่อปรับราคาในตลาดฟิวเจอร์สให้ใกล้เคียงกับราคาจริงของสินทรัพย์ โดย Binance จะคำนวณทุก 8 ชั่วโมง และมีผลกับผู้ใช้ที่มีสถานะเปิดอยู่ หากอัตราเป็นบวก ผู้ถือ Long จะจ่ายให้ผู้ถือ Short และหากเป็นลบจะเป็นในทางตรงกันข้าม
ความปลอดภัย
- กองทุน SAFU สำหรับกรณีฉุกเฉิน
- 2FA
- รหัสป้องกัน Phishing
- ใบอนุญาต: ESMA, FCA, FinCEN
- การตรวจสอบ Proof-of-Reserves
📌 ปี 2025: Binance อยู่ใน Top 3 ของ Exchange ที่น่าเชื่อถือที่สุด (Coingecko)
Binance เทียบคู่แข่ง
| แพลตฟอร์ม | เหรียญ | คู่เทรด | ค่าธรรมเนียม Spot | Futures | ผู้ใช้ |
|---|---|---|---|---|---|
| Binance | 387 | 1322 | 0.1% / 0.075% | ใช่ (125x) | 240M |
| Bybit | 330 | 870 | 0.1% / 0.06% | ใช่ (100x) | 20M |
| OKX | 350 | 950 | 0.08% / 0.1% | ใช่ (125x) | 50M |
| KuCoin | 280 | 800 | 0.1% | ใช่ (100x) | 27M |
| Kraken | 220 | 600 | 0.16% / 0.26% | ใช่ (50x) | 10M |
รีวิวผู้ใช้
รีวิวเกี่ยวกับ Binance บนอินเทอร์เน็ตมีทั้งด้านบวกและด้านลบ แพลตฟอร์มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มฟังก์ชันและเครื่องมือการซื้อขายใหม่ ๆ เช่น การเทรดแบบมาร์จิ้นและฟิวเจอร์ส บริการสำหรับการทำ IEO ช่องทางสร้างรายได้แบบพาสซีฟ การฝากเงินด้วยสกุลเงินเฟียต และการซื้อขายแบบ P2P
สำหรับผู้ที่ต้องการรายได้แบบไม่ต้องเทรด Binance ได้เปิดโปรแกรมลेंडดิงและการสเตกกิ้งคริปโต นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ มีการเปิดตัวบล็อกเชน Binance Chain และต่อมาคือ Binance Smart Chain สำหรับผู้ใช้งานจากสหรัฐอเมริกา ได้มีการเปิดแพลตฟอร์มเฉพาะคือ Binance.US อีกทั้งรายได้ส่วนหนึ่งของบริษัทจะถูกจัดสรรเข้าสู่กองทุน SAFU (Secure Asset Fund for Users) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน
จุดเด่นของ Binance คือจำนวนเหรียญที่รองรับจำนวนมาก ครอบคลุมคริปโตยอดนิยมแทบทั้งหมด รวมถึงค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่ต่ำเพียง 0.1% ส่วนข้อจำกัด ได้แก่ การไม่รองรับการสมัครในบางประเทศ และข้อกำหนดการยืนยันตัวตนที่เป็นภาคบังคับ
🔹 Somchai W., เทรดเดอร์, Trustpilot, 12/01/2025: “สภาพคล่องอันดับ 1 อินเทอร์เฟซง่าย ถอนเร็ว แต่ในไทยใช้ได้แค่ P2P”
🔹 Kanya T., นักลงทุน, Reddit, 05/01/2025: “ใช้ Binance Earn กำไรปานกลาง แต่เชื่อถือได้”
🔹 Nattapong L., บล็อกเกอร์, Twitter/X, 20/12/2024: “Futures 50x ใช้ง่าย แต่ต้องจัดการความเสี่ยง”
🔹 Anucha P., นักขุด, MiningClub, 11/12/2024: “Binance Pool สะดวก แต่ผลตอบแทนต่ำกว่า pool เฉพาะทาง”
สรุป
Binance ยังคงเป็นอันดับ 1 ของโลกทั้งด้านสภาพคล่องและปริมาณซื้อขาย รวม Spot, Futures, P2P, Earn, สินเชื่อ, NFT และ Web3 รายงาน PoR และใบอนุญาตจากหลายประเทศ ทำให้ Binance เป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์
ความนิยมของ Binance เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสินทรัพย์ที่รองรับการซื้อขายอย่างหลากหลาย ความสามารถของแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมหลายฟังก์ชัน และการสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานกับผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มและความสนใจของทีมต่อแนวโน้มใหม่ ๆ ในวงการคริปโต หากมีทิศทางที่มีศักยภาพเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น DeFi หรือ NFT ก็มักจะถูกนำมาพัฒนาและเปิดใช้งานบน Binance ในที่สุด
นอกจากนี้ Binance ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งสำหรับโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ต้องการเปิดตัวโทเคนผ่าน IEO หรือ Launchpool ซึ่งช่วยให้โครงการสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสนใจและพร้อมสนับสนุนตั้งแต่ระยะแรก แม้แพลตฟอร์มจะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดการซื้อขายคริปโตในปัจจุบัน




