• รายได้แบบพาสซีฟกับ Binance Earn • การซื้อขาย Spot, อนุพันธ์ และ P2P • รองรับสกุลเงิน Fiat • Proof of Reserve • สภาพคล่องสูง • บัญชีเดโม • บริการ Web3 • พูลขุดเหรียญ
โบนัสต้อนรับสูงสุด 600 USDT
Play Now

  • Binance เป็นตลาดซื้อขายคริปโตระดับนานาชาติชั้นนำ
  • สภาพคล่องสูงสำหรับคู่สกุลคริปโตหลัก
  • เกตเวย์ Fiat: ซื้อคริปโตได้ด้วยบัตร Visa/Mastercard, บัญชีธนาคาร, e-wallet หรือผ่านแพลตฟอร์ม P2P
  • นอกจากตลาด Spot ยังมีการเทรดมาร์จิ้นและฟิวเจอร์สแบบสัญญาถาวร, แพลตฟอร์ม P2P และ Swap
  • ค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม
  • สร้างรายได้เพิ่มจากการ Staking และการฝากเหรียญ
  • สามารถกู้ยืมโดยใช้คริปโตเป็นหลักประกัน
  • การสนับสนุนลูกค้า 24 ชั่วโมง
  • ส่วนหนึ่งของกำไรเข้าสู่กองทุนพิเศษเพื่อชดเชยความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
  • จัดกิจกรรมและการแข่งขันสำหรับเทรดเดอร์
  • ตลาด OTC
  • แอปมือถือและเดสก์ท็อป
  • ความปลอดภัยสูง
  • รองรับ API
  • โปรแกรมพาร์ทเนอร์ที่ให้ผลตอบแทนดี
  • เปิดตัวเครือข่ายบล็อกเชน Binance Chain, Binance Smart Chain และแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ของตนเอง
  • มีเหรียญและโทเคนที่มีศักยภาพจำนวนมาก
  • ผู้บริหารมีความโปร่งใสและเปิดเผย
  • ต้องทำการยืนยันตัวตน (KYC)
  • บางฟีเจอร์ถูกยกเลิกเมื่อเวลาผ่านไป เช่น Card, LiquidSwap
  • มีรีวิวเชิงลบอยู่ด้วย

⚠️ ข้อควรระวัง: บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การซื้อขายคริปโตมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินทุน

Overview


  • ก่อตั้งปี 2017 ลงทะเบียนที่หมู่เกาะเคย์แมน:
  • CEO:
    Richard Teng
  • ผู้ใช้มากกว่า 240 ล้านคนในปี 2025:
  • ได้รับใบอนุญาตในฝรั่งเศส อิตาลี คาซัคสถาน และดูไบ:
  • เว็บไซต์ทางการ::
    binance.com
  • โทเค็น:
    BNB (มูลค่าตลาด $100B+)
  • รองรับ 380+ เหรียญ และ 1300+ คู่การซื้อขาย:
  • ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ~$18.6B:
  • ฟีเจอร์:
    Spot, Margin, Futures (สูงสุด 125x), P2P, OTC, Binance Earn (Staking, ฝาก, Auto-Invest), ตลาด NFT, Binance Pay, Binance Card, กระเป๋า Web3
  • ค่าธรรมเนียม:
    Spot 0.1% (0.075% เมื่อใช้ BNB); Futures 0.02% maker / 0.05% taker
  • ต้องทำ KYC ตั้งแต่ปี 2021:
  • รองรับ Fiat:
    Visa/MasterCard, SEPA, P2P, ธนาคารท้องถิ่น
  • ซัพพอร์ต 24/7:
  • ความปลอดภัย:
    SAFU, Proof of Reserve, 2FA, Anti-Phishing Code
  • แอป:
    iOS, Android, เดสก์ท็อป
  • ไฮไลท์:
    สภาพคล่องสูง โปรโมชั่น โปรแกรมแนะนำเพื่อน Binance Chain และ Binance Smart Chain

Binance

อัปเดตล่าสุด: 19 สิงหาคม 2025

Binance เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยชื่อ Binance มาจากคำย่อของ “Binary Finance” ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในเว็บเทรดที่มีสภาพคล่องสูงและได้รับความนิยมมากที่สุด ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านการเทรดแบบสปอต, P2P, OTC, ฟิวเจอร์สที่มีเลเวอเรจสูงสุด 20x, ออปชัน และมาร์จิ้นเทรด รวมถึงใช้บริการเสริมอย่างสเตกกิ้ง, เลนดิง, ฟาร์มมิง, พูลขุดเหรียญ, พูลสภาพคล่อง, NFT, แฟนโทเคน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย

สำหรับผู้ใช้ใหม่ Binance มีข้อเสนอพิเศษจากเว็บไซต์ของเรา โดยสามารถรับโบนัสได้สูงสุดถึง 600 USDT โบนัสจะอยู่ในรูปแบบคูปองเทรดและวอเชอร์คืนเงิน ผู้ใช้ต้องลงทะเบียนและทำภารกิจใน “ศูนย์ภารกิจ” ให้ครบภายใน 7 วัน หลังจากนั้นสามารถรับรางวัลได้ที่ “ศูนย์รางวัล”

แพลตฟอร์ม Binance เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2017 และอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทแม่ Binance Holding Limited

จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ Binance ได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งในด้านปริมาณการซื้อขาย สภาพคล่อง และจำนวนผู้เข้าชมตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ขณะที่ CoinGecko ให้คะแนนด้านความน่าเชื่อถือในระดับสูง

✅ มีเหรียญมากกว่า 380 รายการ และคู่เทรดกว่า 1,300+

✅ ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาด — เริ่มต้นที่ 0.1%

✅ บริการครบ: Earn, P2P, NFT, Launchpad, กระเป๋า Web3, สินเชื่อคริปโต

❌ ต้องทำการยืนยันตัวตน (KYC)

❌ ไทย: ตั้งแต่ปี 2022 Binance ถูก ก.ล.ต. (สำนักงาน ก.ล.ต.ไทย) จำกัดการเข้าถึง ไม่มีฝาก-ถอนเงินบาทโดยตรง ใช้ได้เฉพาะ P2P

⚠️ ข้อควรระวัง: บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การซื้อขายคริปโตมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินทุน

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ Binance

พารามิเตอร์ข้อมูล
ก่อตั้ง2017
เว็บไซต์ทางการbinance.com -
ผู้ใช้ (2025)~240 ล้าน
ใบอนุญาตสหภาพยุโรป (ฝรั่งเศส อิตาลี), คาซัคสถาน, ดูไบ
นิติบุคคลBinance Holdings Ltd. (หมู่เกาะเคย์แมน)
CEORichard Teng
จำนวนเหรียญ387
คู่ซื้อขาย1322
ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน18.6 พันล้านดอลลาร์
เหรียญประจำแพลตฟอร์มBNB (มูลค่าตลาด 102.5 พันล้านดอลลาร์)
แอปมือถือiOS, Android
ค่าธรรมเนียมสปอต0.1% / 0.075% หากชำระด้วย BNB
ค่าธรรมเนียมฟิวเจอร์สmaker 0.02% / taker 0.05%
การยืนยันKYC บังคับ

การกำกับดูแลของ Binance และลักษณะเฉพาะในแต่ละภูมิภาค

Binance ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย และเคยถูกดำเนินการทางกฎหมายในอดีต การให้บริการบางอย่างจึงถูกจำกัด

ผู้ใช้ในประเทศไทยมักใช้ P2P เป็นช่องทางหลักสำหรับการฝากและถอนเงินคริปโต

การสมัครและบัญชี Binance

การสมัครใช้งานบนเว็บไซต์ทางการ binance.com เริ่มต้นจากการกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียน เมื่อป้อนข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้กดปุ่ม “Create a personal account” จากนั้นระบบจะเปิดหน้าต่างใหม่เพื่อทำการยืนยันตัวตนด้วยแคปช่า โดยต้องเลื่อนแถบภาพไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง

หากการยืนยันสำเร็จ ระบบจะแจ้งให้ผู้ใช้ยืนยันที่อยู่อีเมล ผู้ใช้ต้องเข้าไปที่กล่องจดหมาย เปิดอีเมลจาก Binance และตรวจสอบรหัสยืนยันที่ได้รับ

นำรหัสดังกล่าวมากรอกในหน้าลงทะเบียน บัญชีผู้ใช้บนเว็บไซต์ทางการของ Binance ก็จะถูกสร้างขึ้นเรียบร้อย

ขั้นตอนการสมัคร

  1. เข้าเว็บไซต์ทางการของ Binance
  2. กรอกอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์
  3. ตั้งรหัสผ่าน
  4. ยืนยันรหัสจากอีเมลหรือ SMS
  5. เปิดใช้งาน 2FA (Google Authenticator หรือ SMS)

การยืนยัน KYC

การยืนยันข้อมูลส่วนบุคคลบนแพลตฟอร์ม Binance เป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับการทำธุรกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นคริปโตเคอร์เรนซีหรือเงินเฟียต นอกจากนี้ควรทราบว่ากระบวนการยืนยันตัวตนต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 นาที ห้ามรีเฟรชหน้าเว็บ เริ่มขั้นตอนใหม่ หรือปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้มีโอกาสทำได้วันละ 3 ครั้ง

ขั้นตอน:

  • เข้าสู่ระบบ Binance เพื่อเข้าสู่บัญชีส่วนตัว
  • คลิกปุ่ม “Verification” ในแดชบอร์ด ฟังก์ชันนี้จะใช้งานได้เฉพาะเมื่อเปิดระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA)
  • เลือก “Start” ในระดับการยืนยันขั้นแรก
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด และที่อยู่ที่พักอาศัย
  • เลือกประเภทเอกสารยืนยันตัวตน (พาสปอร์ต ใบขับขี่ หรือบัตรประชาชน) ตัวอย่างเช่น เลือกพาสปอร์ต
  • เปลี่ยนไปทำขั้นตอน KYC ผ่านอุปกรณ์มือถือ และถ่ายภาพเอกสาร
  • ทำการยืนยันใบหน้า

จากนั้นส่งคำขอและรอการตรวจสอบประมาณ 1–3 วัน หากไม่ผ่านการอนุมัติ ระบบจะแจ้งว่าข้อมูลส่วนใดต้องแก้ไขหรือเพิ่มเติม

  • ระดับพื้นฐาน: ถอนสูงสุด 2,000 USDT/วัน
  • ระดับขั้นสูง: สูงสุด 100 BTC/วัน + ใช้ Binance Card ได้

📌 กรณีในไทย: ผู้ใช้สามารถยืนยันด้วยบัตรประชาชนไทย จากนั้นซื้อ USDT ผ่าน P2P โดยโอนเงินผ่านธนาคารไทย (SCB, กสิกร, กรุงเทพ) หรือ PromptPay

การเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ทางการของ Binance

หากต้องการเข้าสู่บัญชี Binance ให้คลิกปุ่ม “Log In” ที่ด้านบนของหน้าเว็บไซต์ จากนั้นกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ก่อนเข้าสู่ระบบควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณอยู่บนเว็บไซต์ทางการ www.binance.com จริง ไม่ใช่เว็บไซต์ฟิชชิ่งที่มีชื่อคล้ายกัน

หลังจากกรอกข้อมูลแล้ว ให้กด “Log In” ระบบจะให้ยืนยันตัวตนด้วยแคปช่าโดยการเลื่อนแถบไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับขั้นตอนการสมัคร จากนั้นต้องยืนยันการเข้าสู่ระบบด้วยรหัสที่ส่งไปยังอีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์

ก่อนเริ่มใช้งาน แนะนำให้เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีด้วยการเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) สำหรับการเข้าสู่ระบบ

หากยังไม่ต้องการตั้งค่า สามารถเลือก “Remind later” ได้ แต่หน้าต่างแจ้งเตือนนี้จะปรากฏขึ้นเป็นระยะ

เมื่อล็อกอินแล้ว สามารถเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวได้โดยคลิกที่อีเมลของตนเองในเมนูด้านบน

ในช่วงแรกบัญชียังไม่ผ่านการยืนยันตัวตน จึงมีข้อจำกัดด้านธุรกรรมทางการเงิน ไม่สามารถฝากเงิน เทรด หรือทำการลงทุนได้ หากต้องการยกเลิกข้อจำกัด จำเป็นต้องทำการยืนยันตัวตนโดยอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวบุคคลและที่อยู่ ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องเปิดใช้งาน 2FA ก่อนจึงจะดำเนินการได้

การเทรดบน Binance

การเทรดสปอต

  • รองรับเหรียญ 380+ (BTC, ETH, BNB, SOL, XRP ฯลฯ)
  • คำสั่ง: limit, market, stop-limit, OCO
  • ค่าธรรมเนียม: 0.1% (0.075% หากจ่ายด้วย BNB)

📌 ตัวอย่าง: ซื้อ ADA/USDT มูลค่า 100 USDT → ค่าธรรมเนียม 0.1 USDT หรือ 0.075 USDT หากจ่ายด้วย BNB

หลังจากเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินของบัญชีเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้สามารถเริ่มทำการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Binance ได้ทันที ค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับตลาดสปอตอยู่ที่ 0.1% ต่อธุรกรรม

📌 ขั้นตอนที่ 1. เข้าเว็บไซต์ Binance แล้วไปที่เมนู “Wallet” → “Fiat and Spot” เลือกสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการ จากนั้นกด “Trade” และเลือกคู่เทรด ตัวอย่างเช่น Cardano สามารถซื้อขายได้กับ Bitcoin (ADA/BTC), Ethereum (ADA/ETH) และสินทรัพย์อื่น ๆ อีกมากมาย

📌 ขั้นตอนที่ 2. อีกวิธีหนึ่งในการเข้าสู่หน้าจอเทรดคือ วางเมาส์ที่เมนู “Trade” แล้วเลือก “Spot”

📌 ขั้นตอนที่ 3. เลือกประเภทคำสั่งซื้อขาย ได้แก่ Limit, Market หรือ Stop-Limit

  • Limit Order ต้องกำหนดราคาซื้อหรือขาย พร้อมจำนวนเหรียญ
  • Market Order จะดำเนินการทันทีตามราคาตลาดปัจจุบัน โดยระบุเพียงจำนวน
  • Stop-Limit Order เป็นคำสั่งลิมิตที่มีการตั้งราคาสต็อปเพิ่มเติม เมื่อราคาถึงจุดที่กำหนด คำสั่งจะถูกเปิดใช้งาน เช่น หากราคา BNB ลดลงถึง 340 ดอลลาร์ คำสั่งซื้ออาจถูกตั้งให้ดำเนินการที่ราคา 324 ดอลลาร์ คำสั่งลักษณะนี้เหมาะสำหรับการเทรดในช่วงที่คาดว่าจะเกิดการทะลุแนวรับหรือแนวต้าน

โดยภาพรวม การซื้อขายคริปโตบน Binance ไม่ได้แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นมากนัก ระบบเข้าใจง่าย และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อใช้งานจริง

การเทรดมาร์จิ้น

  • เลเวอเรจสูงสุด 10x
  • ต้องมีบัญชีมาร์จิ้น + KYC
  • ดอกเบี้ยคิดเป็นรายชั่วโมง

📌 ตัวอย่าง: ฝาก 1,000 USDT → กู้เพิ่ม 2,000 USDT → เปิดสถานะรวม 3,000 USDT

การเทรดแบบมาร์จิ้นช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน บนแพลตฟอร์ม Binance มีฟังก์ชันมาร์จิ้นเทรดที่รองรับการซื้อขายรูปแบบนี้ ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้

ในการเริ่มต้น ผู้ใช้จำเป็นต้องเปิดบัญชีมาร์จิ้นแยกต่างหากและโอนเงินเข้าไป ฟีเจอร์นี้จะใช้งานได้เฉพาะผู้ที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) และเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน (2FA) แล้วเท่านั้น

บัญชีมาร์จิ้นสามารถเข้าถึงได้จากเมนู “Wallet” ภายในโปรไฟล์

เมื่อโอนเงินเรียบร้อย จะสามารถเริ่มเทรดได้ทันทีผ่านเมนู “Trade” → “Margin”

เงื่อนไขมาร์จิ้นเทรดบน Binance

Binance จะเรียกเก็บดอกเบี้ยจากเงินที่ให้ยืม โดยคำนวณเป็นรายชั่วโมง แม้จะใช้งานไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ระบบก็จะคิดเป็นหนึ่งชั่วโมงเต็ม ตัวอย่างเช่น หากอัตราดอกเบี้ยรายวันเท่ากับ 0.02% อัตราต่อชั่วโมงจะเท่ากับ 0.02% ÷ 24 ชั่วโมง

ในการเทรด ผู้ใช้สามารถเลือกเฉพาะคู่เทรดที่มีการระบุเลเวอเรจสูงสุดไว้ เช่น 10x หรือ 3x

แพลตฟอร์มยังมีระบบประเมินความเสี่ยงผ่าน “Margin Level” ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างมูลค่าสินทรัพย์รวมกับยอดเงินที่ยืมพร้อมดอกเบี้ย

  • หาก Margin Level อยู่ที่ 1.5 ขึ้นไป ระบบจะทำงานในโหมดปกติ
  • ที่ระดับ 1.3 หรือต่ำกว่า จะมีการแจ้งเตือน Margin Call
  • เมื่อระดับลดลงถึง 1.1 หรือต่ำกว่า ระบบจะเริ่มล้างพอร์ต (Liquidation) จนกว่าระดับความเสี่ยงจะกลับเข้าสู่เกณฑ์ที่ปลอดภัย

Binance Futures

  • เปิดตัวปี 2019
  • เลเวอเรจสูงสุด 125x
  • มีทั้งสัญญา Perpetual และ Quarterly

📌 ตัวอย่าง: เทรดเดอร์เปิด Long 0.01 BTC ที่ราคา $25,000 ด้วยเลเวอเรจ 20x → มาร์จิ้น $12.5 หากราคาขึ้น 1% กำไร = $25

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2019 Binance ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Binance Futures สำหรับการซื้อขายฟิวเจอร์สคริปโตแบบไม่มีวันหมดอายุ ในช่วงเริ่มต้นมีเพียงสัญญา BTCUSDT ให้ใช้งาน พร้อมเลเวอเรจสูงสุด 20x ปัจจุบันมีสัญญาแบบ Perpetual และ Quarterly ให้เลือกหลายสิบรายการ โดยรองรับเลเวอเรจสูงสุดถึง 125x

ค่าธรรมเนียมการซื้อขายจะคำนวณจากปริมาณการเทรดในช่วง 30 วันที่ผ่านมา รวมถึงจำนวนโทเคน BNB ที่ถืออยู่ในบัญชี เงื่อนไขเริ่มต้นมีดังนี้:

  • Maker fee — 0.018%
  • Taker fee — 0.036% (ฟิวเจอร์สแบบ USDT-M)
  • ฟิวเจอร์ส COIN-M — 0.01% / 0.05%

หากต้องการตรวจสอบคำสั่งซื้อขายทั้งหมด ให้เข้าไปที่เมนู “Order History” ส่วนธุรกรรมที่ปิดไปแล้วจะแสดงอยู่ใน “Trade History”

การฝากและถอน

ฝาก

  • Fiat: THB ไม่รองรับโดยตรง ใช้ P2P เท่านั้น
  • Crypto: BTC, ETH, USDT, BNB ฯลฯ

📌 ตัวอย่าง: ซื้อ USDT มูลค่า 10,000 บาท ผ่าน Binance P2P โดยใช้โอนเงินผ่าน SCB

Binance รองรับทั้งการทำธุรกรรมด้วยคริปโตเคอร์เรนซีมากกว่า 380 สกุล รวมถึงสกุลเงินเฟียต เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร (EUR) และสกุลเงินอื่น ๆ หากต้องการฝากหรือถอนเงิน ให้เข้าสู่บัญชีส่วนตัวบนเว็บไซต์ Binance จากนั้นเลือกเมนู “Wallet” และไปที่ “Spot”

ในส่วนนี้จะแสดงรายการสินทรัพย์ทั้งหมดที่แพลตฟอร์มรองรับ สามารถค้นหาสกุลเงินที่ต้องการได้ผ่านช่องค้นหา หากต้องการฝากคริปโต ให้คลิก “Deposit” ที่อยู่ตรงข้ามชื่อเหรียญนั้น หากการฝากหรือถอนของเหรียญใดถูกระงับ ระบบจะแสดงคำว่า “Suspend”

ตัวอย่างเช่น การฝาก Ripple (XRP) ต้องกด “Deposit” แล้วคัดลอกที่อยู่วอลเล็ตและ Destination Tag

จากนั้นไปยังแพลตฟอร์มอื่นหรือกระเป๋าเงินคริปโตของคุณ ใส่ข้อมูลที่อยู่ของ Binance และดำเนินการโอน วิธีนี้สามารถใช้โอนคริปโตอื่น ๆ ได้เช่น Bitcoin (BTC)

สำหรับการฝากเงินด้วยสกุลเงินเฟียต ให้ไปที่ “Wallet” แล้วเลือก “Deposit” จากนั้นเลือกวิธีการชำระเงินที่ต้องการ

การฝากโดยตรงจะรองรับเฉพาะบางสกุลเงินเท่านั้น ส่วนสกุลอื่นสามารถใช้ระบบ P2P ได้

ในหน้าดังกล่าวจะมีข้อมูลค่าธรรมเนียมแสดงอยู่ ผู้ใช้ต้องกรอกจำนวนเงินและรายละเอียดที่จำเป็น จากนั้นยืนยันธุรกรรมผ่านธนาคารหรือระบบชำระเงินที่เลือกไว้

ถอน

  • ขั้นต่ำ:
    • BTC — 0.00019 BTC
    • ETH — 0.0029 ETH
    • USDT (TRC-20) — 10 USDT
  • เวลาดำเนินการ: 30–60 นาที

📌 ตัวอย่าง: ถอน 100 USDT ผ่าน TRC-20 → ค่าธรรมเนียมคงที่ 1 USDT

ขั้นตอนการถอนคริปโตเคอร์เรนซีจาก Binance แบบละเอียด
  • ไปที่เมนู “Wallet” และเลือก “Fiat and Spot”
  • ค้นหาสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการถอน
  • คลิกปุ่ม “Withdraw”
  • ระบุที่อยู่วอลเล็ตปลายทางและข้อมูลที่จำเป็นอื่น ๆ หากเหรียญรองรับหลายบล็อกเชน ให้เลือกเครือข่ายให้ถูกต้อง
  • ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอน โดยตรวจสอบขีดจำกัดขั้นต่ำและสูงสุดให้เรียบร้อย การถอนต่ำกว่า 2 BTC ภายใน 24 ชั่วโมงไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตน
  • กด “Send”
  • ใส่รหัสยืนยันแบบสองขั้นตอน (2FA)
  • ยืนยันการทำรายการผ่านอีเมลหรือ SMS
  • รอจนสถานะธุรกรรมเปลี่ยนเป็น “Completed”

Binance Earn (รายได้แบบ Passive)

แพลตฟอร์ม Binance Earn ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายได้แบบพาสซีฟจากคริปโตเคอร์เรนซีที่ยังไม่ได้ใช้งาน โดยนำสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านั้นมาฝากเพื่อรับผลตอบแทน เงินฝากมีให้เลือกทั้งแบบยืดหยุ่นและแบบกำหนดระยะเวลา ซึ่งระยะเวลาฝากแบบคงที่อยู่ระหว่าง 7 ถึง 90 วัน อัตราผลตอบแทนต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1% ถึง 30% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์

ส่วน Binance Earn ถือเป็นโซลูชันแบบครบวงจร เนื่องจากรวมฟีเจอร์และรูปแบบการสร้างรายได้หลากหลายไว้ในที่เดียว เช่น:

  • Staking: BNB, ETH, SOL ฯลฯ
  • เงินฝากแบบกำหนดระยะเวลา (7–90 วัน)
  • เงินฝากแบบยืดหยุ่น (ถอนได้ตลอดเวลา)
  • Launchpool: Staking เหรียญเพื่อรับโทเค็นใหม่ฟรี
  • Auto-Invest: ลงทุนคริปโตแบบอัตโนมัติ

📌 ตัวอย่าง: ฝาก 1,000 USDT ในโปรแกรมยืดหยุ่น APR 5% → กำไรต่อเดือน ~ $4.1

Binance Loans — สินเชื่อคริปโต

Binance Loans เป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกู้ยืมคริปโตเคอร์เรนซีหรือสเตเบิลคอยน์ โดยใช้สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นเป็นหลักประกัน ผู้กู้สามารถเลือกระยะเวลากู้ได้เอง การอนุมัติเป็นแบบทันที และเงินที่ได้รับจะถูกโอนเข้าบัญชีเพื่อใช้ในการเทรดทั้งแบบสปอตหรือฟิวเจอร์สบน Binance

ทั้งนี้ Binance Loans สามารถปรับขยายรายการสกุลเงินที่รองรับ เงื่อนไขการกู้ ประเภทหลักประกัน และอัตราดอกเบี้ย ตามสภาวะตลาด

เมื่อชำระหนี้ครบถ้วน หลักประกันจะถูกส่งคืนไปยังกระเป๋าเงินของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ หากชำระเพียงบางส่วน หลักประกันจะไม่ถูกคืนทันที แต่สามารถถอนออกเองได้ โดยไปที่เมนู “Loan History” แล้วเลือก “Adjust LTV” จากนั้นปรับแถบเลื่อนหรือกรอกจำนวนเงินด้วยตนเอง แนะนำให้รักษาระดับ LTV ไม่เกิน 65% ซึ่งสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามต้องการ

ประวัติการกู้และการชำระเงินทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้ในเมนู “Orders” → “Loan History”

หากผิดนัดชำระ ระบบจะให้ระยะผ่อนผันเพิ่มอีก 3 วัน โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราสูงขึ้นเป็นสามเท่า หลังจากนั้นสินเชื่อจะถูกปิดโดยอัตโนมัติผ่านการล้างหลักประกัน (Liquidation)

P2P และ OTC

P2P Trading

  • เหรียญ: BTC, ETH, BNB, USDT, USDC
  • วิธีชำระ: ธนาคารไทย, PromptPay, TrueMoney Wallet
  • ระบบ Escrow ป้องกันความเสี่ยง

📌 ตัวอย่าง: ซื้อ USDT มูลค่า 5,000 บาทผ่าน PromptPay → ได้รับเหรียญหลังผู้ขายยืนยัน

Binance P2P เป็นมาร์เก็ตเพลสที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้จากทั่วโลกแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกันโดยตรง เดิมทีบริการนี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะบน Android และรองรับเฉพาะเงินหยวนจีน แต่ต่อมาได้มีการขยายฟังก์ชันการใช้งานอย่างต่อเนื่อง การซื้อขาย P2P เปิดให้เฉพาะผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) เท่านั้น

ปัจจุบันสามารถซื้อขายเหรียญอย่าง BTC, ETH, BNB, USDC, FDUSD, USDT และ DAI ได้

เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ระบบเอสโครว์จะทำการล็อกคริปโตที่ใช้ในการซื้อขายไว้ชั่วคราว และจะปลดล็อกก็ต่อเมื่อผู้ขายยืนยันว่าได้รับเงินจากผู้ซื้อแล้ว หากคุณเป็นผู้ขาย ควรยืนยันการรับเงินก็ต่อเมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อย ไม่ควรเชื่อเพียงคำพูด

ระหว่างทำธุรกรรมจะมีแชตสำหรับติดต่อคู่สัญญา หากเกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้เอง สามารถกดปุ่ม “Appeal” เพื่อขอความช่วยเหลือจากฝ่ายซัพพอร์ต

OTC

  • สำหรับปริมาณตั้งแต่ $200,000 ขึ้นไป
  • มีฟังก์ชัน Block Trading

OTC Binance คือแพลตฟอร์มการซื้อขายนอกตลาด ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือหลัก 2 รายการ:

  • Binance Convert — การแปลงสินทรัพย์ภายในบัญชีอย่างรวดเร็ว ไม่มีค่าธรรมเนียม และแทบไม่มีสลิปเพจ เหมาะแม้กับจำนวนเงินเล็กน้อย
  • Block Trading — โซลูชันเฉพาะสำหรับธุรกรรมขนาดใหญ่ตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งมักใช้โดยนักลงทุนสถาบัน

การซื้อขาย OTC รองรับเหรียญและโทเคนทั้งหมดที่อยู่ในรายการของ Binance

บอทเทรดของ Binance

การซื้อขายบน Binance สามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการใช้บอทเทรดคริปโต ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยควบคุมและจัดการคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติ ทำให้การเทรดในบางสถานการณ์มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บอทแต่ละตัวมีความสามารถไม่เท่ากัน และไม่ใช่ทุกโซลูชันที่จะให้การควบคุมที่มีคุณภาพสูง

รูปแบบค่าบริการของบอทจะแตกต่างกันไป บางรายคิดค่าบริการแบบรายเดือนหรือรายปี ขณะที่บางรายเรียกเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์จากกำไรที่ทำได้

บนแพลตฟอร์ม Binance มีเครื่องมืออัตโนมัติที่ติดตั้งมาให้แล้ว ได้แก่:

  • Grid Trading Bot
  • Spot Grid Bot
  • Futures Trading Bot

นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อบอทภายนอกผ่าน API ได้ เช่น 3Commas, Bitsgap และ Cryptorg

📌 ตัวอย่าง: เทรดเดอร์เชื่อมต่อ 3Commas กับบัญชี Binance และเปิดใช้งานบอท DCA เพื่อซื้อ BTC เป็นประจำตามแผนที่กำหนดไว้

ค่าธรรมเนียม Binance

  • Spot: 0.1% (0.075% หากใช้ BNB)
  • Futures: maker 0.018% / taker 0.036% ขึ้นไป
  • Margin: ค่าธรรมเนียมปกติ + ดอกเบี้ยเงินกู้
  • ถอน: ขึ้นกับเหรียญ

👉 ตารางอย่างเป็นทางการ: Binance Fees - Th fee

ภาพรวมค่าธรรมเนียมการซื้อขายในตลาดสปอตของ Binance

ค่าธรรมเนียมมาตรฐานสำหรับตลาดสปอตของ Binance อยู่ที่ 0.1% ต่อรายการซื้อขาย

โดยค่าเริ่มต้น ระบบจะเปิดใช้งานตัวเลือกพิเศษ (สามารถปิดได้) หากในบัญชีมีโทเคน BNB เพียงพอ ระบบจะหัก BNB โดยอัตโนมัติเพื่อลดค่าธรรมเนียมลง 25%

ระดับค่าธรรมเนียมยังขึ้นอยู่กับระดับผู้ใช้งาน ซึ่งคำนวณจากปริมาณการซื้อขายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และจำนวน BNB ที่ถืออยู่ในบัญชี

ข้อมูลปริมาณการเทรดและยอด BNB จะอัปเดตทุกวันเวลา 00:00 น. (UTC) และระดับผู้ใช้งานจะปรับตามภายในประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น

ค่าธรรมเนียมการเทรดแบบมาร์จิ้น

สำหรับมาร์จิ้นเทรด นอกจากค่าธรรมเนียมปกติแล้ว ยังมีดอกเบี้ยจากเงินที่ยืมมาใช้งาน อัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามสกุลเงินดิจิทัลและระดับบัญชีของผู้ใช้ ซึ่งอิงจากปริมาณการซื้อขายและจำนวน BNB

ค่าธรรมเนียมตลาดฟิวเจอร์ส

การซื้อขายฟิวเจอร์ส โดยเฉพาะสัญญาแบบ Perpetual จะมีการคิดอัตรา Funding Rate เพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นบวกหรือลบก็ได้

สถานะ VIP ที่ได้รับจากบัญชีหลักจะยังคงใช้ได้กับฟิวเจอร์ส และให้สิทธิประโยชน์เช่นเดียวกัน

Funding Rate ถูกใช้เพื่อปรับราคาในตลาดฟิวเจอร์สให้ใกล้เคียงกับราคาจริงของสินทรัพย์ โดย Binance จะคำนวณทุก 8 ชั่วโมง และมีผลกับผู้ใช้ที่มีสถานะเปิดอยู่ หากอัตราเป็นบวก ผู้ถือ Long จะจ่ายให้ผู้ถือ Short และหากเป็นลบจะเป็นในทางตรงกันข้าม

ความปลอดภัย

  • กองทุน SAFU สำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • 2FA
  • รหัสป้องกัน Phishing
  • ใบอนุญาต: ESMA, FCA, FinCEN
  • การตรวจสอบ Proof-of-Reserves

📌 ปี 2025: Binance อยู่ใน Top 3 ของ Exchange ที่น่าเชื่อถือที่สุด (Coingecko)

Binance เทียบคู่แข่ง

แพลตฟอร์มเหรียญคู่เทรดค่าธรรมเนียม SpotFuturesผู้ใช้
Binance38713220.1% / 0.075%ใช่ (125x)240M
Bybit3308700.1% / 0.06%ใช่ (100x)20M
OKX3509500.08% / 0.1%ใช่ (125x)50M
KuCoin2808000.1%ใช่ (100x)27M
Kraken2206000.16% / 0.26%ใช่ (50x)10M

รีวิวผู้ใช้

รีวิวเกี่ยวกับ Binance บนอินเทอร์เน็ตมีทั้งด้านบวกและด้านลบ แพลตฟอร์มมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มฟังก์ชันและเครื่องมือการซื้อขายใหม่ ๆ เช่น การเทรดแบบมาร์จิ้นและฟิวเจอร์ส บริการสำหรับการทำ IEO ช่องทางสร้างรายได้แบบพาสซีฟ การฝากเงินด้วยสกุลเงินเฟียต และการซื้อขายแบบ P2P

สำหรับผู้ที่ต้องการรายได้แบบไม่ต้องเทรด Binance ได้เปิดโปรแกรมลेंडดิงและการสเตกกิ้งคริปโต นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ มีการเปิดตัวบล็อกเชน Binance Chain และต่อมาคือ Binance Smart Chain สำหรับผู้ใช้งานจากสหรัฐอเมริกา ได้มีการเปิดแพลตฟอร์มเฉพาะคือ Binance.US อีกทั้งรายได้ส่วนหนึ่งของบริษัทจะถูกจัดสรรเข้าสู่กองทุน SAFU (Secure Asset Fund for Users) เพื่อคุ้มครองผู้ใช้ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน

จุดเด่นของ Binance คือจำนวนเหรียญที่รองรับจำนวนมาก ครอบคลุมคริปโตยอดนิยมแทบทั้งหมด รวมถึงค่าธรรมเนียมการซื้อขายที่ต่ำเพียง 0.1% ส่วนข้อจำกัด ได้แก่ การไม่รองรับการสมัครในบางประเทศ และข้อกำหนดการยืนยันตัวตนที่เป็นภาคบังคับ

🔹 Somchai W., เทรดเดอร์, Trustpilot, 12/01/2025: “สภาพคล่องอันดับ 1 อินเทอร์เฟซง่าย ถอนเร็ว แต่ในไทยใช้ได้แค่ P2P”

🔹 Kanya T., นักลงทุน, Reddit, 05/01/2025: “ใช้ Binance Earn กำไรปานกลาง แต่เชื่อถือได้”

🔹 Nattapong L., บล็อกเกอร์, Twitter/X, 20/12/2024: “Futures 50x ใช้ง่าย แต่ต้องจัดการความเสี่ยง”

🔹 Anucha P., นักขุด, MiningClub, 11/12/2024: “Binance Pool สะดวก แต่ผลตอบแทนต่ำกว่า pool เฉพาะทาง”

สรุป

Binance ยังคงเป็นอันดับ 1 ของโลกทั้งด้านสภาพคล่องและปริมาณซื้อขาย รวม Spot, Futures, P2P, Earn, สินเชื่อ, NFT และ Web3 รายงาน PoR และใบอนุญาตจากหลายประเทศ ทำให้ Binance เป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์

ความนิยมของ Binance เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสินทรัพย์ที่รองรับการซื้อขายอย่างหลากหลาย ความสามารถของแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมหลายฟังก์ชัน และการสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานกับผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มและความสนใจของทีมต่อแนวโน้มใหม่ ๆ ในวงการคริปโต หากมีทิศทางที่มีศักยภาพเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น DeFi หรือ NFT ก็มักจะถูกนำมาพัฒนาและเปิดใช้งานบน Binance ในที่สุด

นอกจากนี้ Binance ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งสำหรับโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ต้องการเปิดตัวโทเคนผ่าน IEO หรือ Launchpool ซึ่งช่วยให้โครงการสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความสนใจและพร้อมสนับสนุนตั้งแต่ระยะแรก แม้แพลตฟอร์มจะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดการซื้อขายคริปโตในปัจจุบัน

Author Олег Трейдер

Более 10 лет торгую на рынке акций, CFD и форекс. С 2017 года занялся криптотрейдингом и БО. Активно инвестирую в финансовые активы. Публикую сложные финансовые статьи понятным языком. Обзор финансового рынка и перспективы.

Binance

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *